“โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี” แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) จากสหราชอาณาจักร ประกาศพร้อมไล่ล่าเข็มขัด ONE มวยไทย รุ่นเดียวกันมาครองเพิ่มอีกเส้น หลังโชว์ฟอร์มแกร่งรั้งบัลลังก์ครั้งที่ 3 ด้วยการบุกไปเอาชนะทีเคโอ “ฮิโรกิ อากิโมโตะ” ผู้ท้าชิงดีกรีอดีตแชมป์โลกชาวญี่ปุ่นในศึก ONE ซามูไร 4 เมื่อวันเสาร์ที่ 17 ต.ค. ที่ผ่านมา ณ อาริอาเกะ อารีนา กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
หลังปราบผู้ท้าชิงระดับแถวหน้ามาแล้ว 2 ราย ไฟต์นี้ “แฮ็กเกอร์ตี” ต้องเผชิญหน้ากับ “ฮิโรกิ” อดีตราชัน ONE คิกบ็อกซิง รุ่นแบนตัมเวตที่กำลังมั่นใจจากชัยชนะต่อเนื่อง 3 ไฟต์ และหวังทวงบัลลังก์คืนต่อหน้าแฟนมวยเจ้าถิ่นที่เข้ามาเชียร์เต็มสนาม
เกมในช่วง 2 ยกแรกเป็นไปอย่างสูสี หลังทั้ง 2 ฝ่ายต่างยืนปักหลักแลกอาวุธกันกลางเวทีแบบสุดมัน กระทั่งยก 3 “แฮ็กเกอร์ตี” ได้จังหวะแทงเข่าซ้ายเข้าเต็มคาง ส่ง “ฮิโรกิ” ร่วงลงไปถูกนับ จากนั้นจึงเดินหน้ารัวหมัดชุดสลับแทงเข่าซ้ำ จนผู้ชี้ขาดบนเวทีต้องสั่งยุติการชก ส่ง “แฮ็กเกอร์ตี” คว้าชัยทีเคโอพร้อมคว้าโบนัสก้อนโต 15 ล้านเยน หรือราว 3.2 ล้านบาท (ตามอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน) ไปครอง
แฮ็กเกอร์ตี เผยปรับแผนใช้เข่ายก 3 ปิดบัญชี ฮิโรกิ
ในงานแถลงข่าวหลังจบเกม “แฮ็กเกอร์ตี” ได้ให้สัมภาษณ์เผยถึงแผนการชกที่เตรียมมา โดยเฉพาะจังหวะปรับกลยุทธ์ในยก 3 ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้คว้าชัยไปครอง พร้อมย้ำว่าอาวุธเข่าของตนในเวอร์ชันคิกบ็อกซิงมีความอันตรายไม่แพ้เพลงศอกในกติกามวยไทย
“ผมรู้ว่า ฮิโรกิ เตะลำตัวได้ดี ช่วงแรกจึงวางแผนยืนปะทะกลางเวที รอจังหวะบล็อกลูกเตะแล้วสวนด้วยหมัด จริง ๆ ผมตั้งใจน็อกเขาให้ได้ในสองยกแรก เพราะทุ่มเทฝึกมวยสากลกับโค้ชอย่างหนัก เพื่อใช้หมัดเล่นงานเขาโดยเฉพาะครับ”

“หลังจบยกสอง ผมคุยกับโค้ชของผม คริสเตียน โนวส์ ว่า เราควรเริ่มใช้เข่าหนัก ๆ เล่นงานเขาเลยดีไหม เพราะเดิมทีวางแผนจะใช้เข่าตั้งแต่ยก 3 เป็นต้นไป พอขึ้นยก 3 ผมค่อย ๆ ปรับจังหวะจนเริ่มเข้าที่และทำตามแผนได้ลงตัว อาวุธเริ่มเข้าเป้าอย่างจัง เกมจึงดุเดือดขึ้นเรื่อย ๆ ผมพอใจทั้งจังหวะปิดเกมและฟอร์มการชกครั้งนี้ ถือเป็นแผนที่สมบูรณ์แบบมากครับ”
“สำหรับผม เข่าก็เปรียบเหมือนศอกในรูปแบบคิกบ็อกซิง ผมจะใช้เข่าเล่นงานคู่ต่อสู้ในกติกานี้ จนกว่าจะได้กลับไปชกมวยไทยอีกครั้งครับ”

แฮ็กเกอร์ตี มั่นใจครองบัลลังก์คิกบ็อกซิงอีกนาน
แม้จะเป็นฝ่ายคว้าชัย แต่ “แฮ็กเกอร์ตี” ก็ไม่ลืมยกย่องฝีมือของ “ฮิโรกิ” ซึ่งเล่นงานตนจนเกิดแผลแตกบริเวณเปลือกตาซ้ายตั้งแต่ยกแรก ก่อนย้ำด้วยความมั่นใจว่าการปิดเกมยอดนักชกชาวญี่ปุ่นได้เป็นคนแรกใน ONE คือบทพิสูจน์สำคัญว่าตัวเขาคือนักชกคิกบ็อกซิงที่เก่งกาจที่สุดของโลกในรุ่นแบนตัมเวต
“ฮิโรกิ เป็นคู่ชกที่ยอดเยี่ยมมากครับ ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ขึ้นสังเวียนกับเขาที่ญี่ปุ่น เขามีทักษะครบเครื่องสมกับเป็นนักชกระดับท็อป แต่สุดท้ายคนที่เก่งที่สุดเท่านั้นถึงจะเป็นฝ่ายชนะ และคนคนนั้นก็คือผม”
“ผมมั่นใจว่าตอนนี้ได้ขึ้นมายืนอยู่บนจุดสูงสุดของรุ่นนี้แล้ว ไม่มีใครในรุ่นนี้ที่จะเอาชนะผมได้ ผมจะครองแชมป์ต่อไปอีกนานครับ”

แฮ็กเกอร์ตี กร้าวพร้อมกระชากเข็มขัดมวยไทย ยอดไอคิว
ในส่วนของเป้าหมายต่อไป นอกจากการรั้งบัลลังก์คิกบ็อกซิงครั้งที่ 4 แล้ว “แฮ็กเกอร์ตี” ยังมองไปถึงการสลับไปชกมวยไทย เพื่อไล่ล่าเข็มขัด ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต จาก “ยอดไอคิว อ.พิมลศรี” มาครอง หวังขึ้นแท่นเป็นราชัน ONE 2 กติกา เหมือนในอดีตอีกครั้ง
“เป้าหมายต่อไปของผม การเป็นแชมป์โลก ONE 2 กติกา ก็ฟังดูเข้าท่าดี ถ้ารายการจะให้ผมป้องกันแชมป์คิกบ็อกซิงกับ นาบิล หรือไปชิงเข็มขัดมวยไทยจาก ยอดไอคิว ก็ได้ ผมพร้อมชกกับทั้งคู่ในคืนเดียวกันเลยครับ”.
- ขอขอบคุณ แหล่งที่มาข่าวสาร : www.onefc.com
- ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ : https://muaylumpinee.com/