ย้อนดูเส้นทางการต่อสู้ของ “นาซาเรธ ลัลทาซูอาลา” นักสู้ฝีมือดี วัย 25 ปี จากอินเดีย ที่เติบโตจากเด็กเกเรข้างถนน ก่อนฝ่าฟันทุกอุปสรรคก้าวขึ้นมาสร้างชื่อในวงการศิลปะการต่อสู้ โดยได้รับสัญญา ONE มูลค่า 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.2 ล้านบาท) มาครองเป็นคนที่ 40 ของรายการ ONE ลุมพินี หลังจากเก็บชัยสวยงามในศึก ONE ลุมพินี 157 เมื่อค่ำคืนวันศุกร์ที่ 5 มิ.ย. ที่ผ่านมา
“นาซาเรธ” สร้างความฮือฮาทันทีตั้งแต่ไฟต์เปิดตัว เมื่อใช้เวลาเพียง 17 วินาที เอาชนะน็อกเอาต์คู่ชกได้แบบเด็ดขาด และยังปิดเกมซับมิชชันในไฟต์ต่อมารักษาสถิติไร้พ่ายในรายการอย่างสวยงาม
กระทั่งไฟต์ล่าสุด เขารัวพายุหมัดชุดใหญ่เล่นงาน “จอน บรูตัส” จากฟิลิปปินส์ จนสู้ต่อไม่ไหว ก่อนเป็นฝ่ายชนะทีเคโอยกแรก บวกผลงานไม่แพ้ใครตลอดการชกในระดับอาชีพเป็นไฟต์ที่ 8 คว้าทั้งโบนัส 350,000 บาทเป็นครั้งแรก และได้สัญญา ONE ไปครองในที่สุด
วันนี้เราขอพาแฟนมวย ONE ทุกท่านไปทำความรู้จัก “นาซาเรธ” ในทุกแง่มุม โดยแสดงให้เห็นถึงความมุมานะพยายามของเขา ที่กลายเป็นแรงผลักดันพาตัวเองเติบโตขึ้นมาอย่างมีคุณภาพ จนได้มาอยู่ภายใต้ชายคาองค์กรศิลปะการต่อสู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก
เด็กเกเรจากข้างถนน
“นาซาเรธ” เกิดและเติบโตในรัฐมิโซรัม ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอินเดีย ในครอบครัวใหญ่ที่มีพี่น้องทั้งหมด 6 คน แบ่งเป็นผู้ชาย 4 คน และผู้หญิง 2 คน โดยพ่อแม่ประกอบอาชีพเกษตรกรทำไร่ทำนา
ในวัยเด็ก “นาซาเรธ” เป็นเด็กหัวร้อนที่มักมีเรื่องชกต่อยอยู่เสมอ ด้วยนิสัยห้าวหาญเกินวัยถึงขั้นที่พี่ชายต้องหาคู่ชกให้แทบทุกวัน นอกจากไปโรงเรียนและช่วยพ่อแม่ทำนาแล้ว เวลาส่วนใหญ่ของเขาจึงหมดไปกับการท้าชกและมีเรื่องกับเด็กในละแวกบ้านอยู่เป็นประจำ
จาก คิกบ็อกซิง สู่ MMA
จนกระทั่งอายุ 18 ปี “นาซาเรธ” ได้เริ่มต้นฝึกคิกบ็อกซิง โดยได้แรงบันดาลใจสำคัญมาจากพี่สาว ที่มีดีกรีเป็นถึงนักกีฬาแชมป์ระดับประเทศ และปัจจุบันทำงานเป็นครูฝึกสอนอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์
ก่อนที่อีก 2 ปีต่อมา เขาจะเริ่มหันมาเอาดีทาง MMA หลังได้รับแรงบันดาลใจจากเพื่อนร่วมชาติอย่าง “ซาร์ มาเวีย” ที่เคยชกใน ONE ลุมพินี โดยหลังจากซ้อมได้เพียง 3 เดือน เขาก็เข้าสู่การแข่งขันระดับสมัครเล่นทันที รวมแล้วชนะถึง 25 ไฟต์ และแพ้แค่ 2 ครั้งเท่านั้น และยังคว้าแชมป์ระดับประเทศจากหลายเวทีด้วย
ฝันใหญ่อยากชก ONE
หลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในระดับสมัครเล่นมาพอตัว “นาซาเรธ” ตั้งเป้าฝันอยากเข้ามาชกใน ONE ทันที โดยตระเวนเก็บชัยชนะต่อเนื่องในการแข่งขันต่างแดนทั้งที่ญี่ปุ่น และ ฟิลิปปินส์ จนฟอร์มไปเข้าตาทีมงาน และถูกดึงตัวให้มาชกใน ONE ลุมพินี ในที่สุด
แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เขาต้องทำงานสารพัดอย่าง ตั้งแต่ขับรถเก็บขยะ ทำงานในเหมืองขุดเจาะหิน ไปจนถึงเป็นพ่อค้าหาบเร่ขายผักตามตลาด ซึ่งยังสามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม จนกระทั่งมีสปอนเซอร์เข้ามาสนับสนุน ชีวิตและเส้นทางนักสู้ของเขาจึงเริ่มดีขึ้นตามลำดับ
พัฒนาฝีมือสู่ระดับโลก
หลังโชว์ฟอร์มเด่นในศึก ONE ลุมพินี จนคว้าสัญญา ONE มาครองได้สำเร็จ “นาซาเรธ” ยอมรับว่ายังไม่มีเป้าหมายชัดเจนว่าอยากเจอใครเป็นพิเศษ โดยขอโฟกัสไปที่คู่ชกตรงหน้าแบบไฟต์ต่อไฟต์ และไม่สนว่าคู่ต่อสู้จะเป็นใคร เพราะเขารักในการต่อสู้และต้องการพัฒนาฝีมืออยู่เสมอ ขณะที่สิ่งสำคัญที่สุดคือการพิสูจน์ให้คนทั้งโลกเห็นว่าคนอินเดียก็มีดีเหมือนกัน
สู้เพื่อศักดิ์ศรีชาวอินเดีย

นอกจากนี้ “นาซาเรธ” ยังหวังสร้างความภาคภูมิใจให้กับพี่น้องชาวอินเดีย ด้วยการคว้าเข็มขัดแชมป์โลก ONE มาครองให้สำเร็จ
“แม้ MMA ยังเป็นกีฬาใหม่มากในอินเดีย และมักมีคนพูดว่า คนอินเดียต่อสู้ไม่เป็น แต่จริง ๆ แล้วประเทศอินเดียเต็มไปด้วยหน้าประวัติศาสตร์แห่งสงครามและการเสียสละอันยิ่งใหญ่”
“ผมจึงต้องการพิสูจน์ให้เห็นว่าคนอินเดียก็มีเลือดนักสู้เหมือนกัน และอยากใช้สิ่งนี้สร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกคน ส่วนเป้าหมายสูงสุดของผมคือการคว้าเข็มขัดแชมป์โลก ONE มาครองให้ได้ โดยตั้งใจจะทำภารกิจนี้ให้สำเร็จภายใน 2 ปีครับ”.
- แหล่งที่มาข่าวสาร : www.onefc.com
- ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ : https://muaylumpinee.com/