
“คนไม่ยอมคน” เสกสรร อ.ขวัญเมือง” จอมบู๊ วัย 37 ปี จากนครศรีธรรมราช ขอจัดอาวุธเต็มเหนี่ยวใส่ไฟต์อำลาในการปะทะกันภาคที่ 6 กับ “ขุนศอกผีดิบ” เมืองไทย พีเค. แสนชัย กำปั้นแกร่ง วัย 32 ปี ภายใต้กติกามวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) ในศึกใหญ่ประจำไตรมาสสาม The Inner Circle 30 วันศุกร์ที่ 11 ก.ย. 69 ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ถ่ายทอดสดเฉพาะสมาชิกทาง Live.ONEFC.com ตั้งแต่เวลา 18.30 – 20.30 น.
ONE เปลี่ยนชีวิต เสกสรร สู่เส้นทางไม่คาดฝัน
“เสกสรร” นักสู้ผู้เปิดหน้าแลกบนสังเวียนมวยไทยมานานกว่า 20 ปี ผ่านการชกมาเกือบ 400 ไฟต์ กำลังจะก้าวขึ้นสังเวียนเป็นครั้งสุดท้ายในไฟต์อำลาที่พบกับ “เมืองไทย” วันที่ 11 ก.ย.นี้ ทว่าเส้นทางกว่าจะมาถึงวันนี้ไม่ได้โรยด้วยความสำเร็จ เมื่อครั้งหนึ่งเจ้าตัวเคยเจอวิกฤตหลังโควิดจนคิดเลิกมวย ก่อนได้รับโอกาสจาก ONE จนกลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของชีวิต
“ก่อนที่ผมจะมาชกรายการ ONE ครอบครัวผมถือว่าลำบาก เพราะช่วงนั้นหลังโควิดระบาด ค่าตัวลดลงประมาณ 60 – 70 เปอร์เซ็นต์ ทำให้คิดเลิกมวยหันไปเป็นครูสอนมวยที่ประเทศญี่ปุ่น แต่พอมานึกถึงครอบครัว ถ้าเราไปภรรยาต้องเลี้ยงลูกคนเดียว ผมเลยตัดสินใจขอโทษทางผู้ใหญ่ที่ติดต่อให้ไปสอนมวยที่ประเทศญี่ปุ่น”
“จากนั้น ผมกลับมาชกมวยไทยต่อได้ประมาณ 3-4 ไฟต์ รายการ ONE ลุมพินี ก็เข้ามาจัดที่สนามมวยลุมพินี รามอินทรา นัดแรกในวันที่ 20 มกราคม 2566 ซึ่งตรงกับวันเกิดผมพอดี”

เสกสรร vs ไทสัน (20 ม.ค. 66)
“ผมไม่เคยลืมไฟต์แรกในรายการ ONE ลุมพินี 1 ภาพในวันนั้นยังอยู่ในใจ ผมขึ้นชกกับ ไทสัน แฮร์ริสัน เราต่างคนต่างแลกอาวุธไม่มีใครยอมใคร หลังจบครบสามยก ผมชนะคะแนนไม่เอกฉันท์ ผมคิดว่าผลออกหน้าไหนก็ได้ เพราะเป็นไปได้หมดครับ”
“ที่สำคัญคือ บอสชาตรี ศิษย์ยอดธง ให้ของขวัญวันเกิดเป็นรางวัลโบนัส 5 หมื่นดอลลาร์ครับผม ก็ตีเป็นเงินไทยช่วงนั้นก็ 1 ล้าน 6 แสนบาท ผมซึ้งใจมาก ไม่คิดว่าจะได้เงินโบนัสเยอะขนาดนี้ จากนั้นผมก็ขึ้นชกในรายการของวัน แชมเปียนชิพอีก ทั้ง ONE, ONE ลุมพินี และ ONE Fight Night รวมแล้วทั้งหมด 15 ไฟต์ ได้รับรายได้รวมทั้งค่าตัวและโบนัสเกือบ 11 ล้านบาท ถือว่า ONE ตอบแทนค่าตัวให้สูงมากซึ่งพลิกชีวิตครอบครัวของผมไปเลย”

***ขอขอบคุณภาพจาก www.onefc.com
“ในไฟต์อำลาผมเลือกชกกับน้อง เมืองไทย เพราะเราสองคนเป็นมวยบู๊เหมือนกัน เจอกันทีไรก็ชกกันสนุกทุกครั้ง ผมอยากให้พี่น้องแฟนมวยได้จดจำการชกที่ดุเดือดของเราสองคน แพ้ชนะคือเกมกีฬา แต่ที่สำคัญอยากมอบความสุขให้พี่น้องแฟนมวยในนัดอำลาของผมครับ”
“ส่วนผมเองก็จะออกอาวุธให้เต็มที่ โชว์ทุกอย่างที่โชว์ได้ เพราะว่าเป็นสามยกครั้งสุดท้ายในการชกมวยอาชีพของผม จะไม่กั๊กแน่นอน”
ขอขอบคุณ
แหล่งที่มาข่าวสาร : www.onefc.com
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ : https://muaylumpinee.com/