ย้อนดูเส้นทางนักสู้ของ “ศรศึกน้อย เอฟเอ.กรุ๊ป” มวยอาวุธหนัก วัย 31 ปี จากอุดรธานี ก่อนขึ้นสังเวียนกู้ฟอร์มเก่ง ปะทะ “กล้ารบ หนุ่ยกาแฟโบราณ” จอมบู๊ วัย 26 ปี จากกาฬสินธุ์ ภายใต้กติกามวยไทย รุ่นฟลายเวต (125-135 ป.) ในฐานะคู่เอกของศึก ONE ลุมพินี 171 วันศุกร์ที่ 18 ก.ย. นี้ พร้อมถ่ายทอดสดจากสนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ส่งตรงไปยัง 195 ประเทศทั่วโลก ตั้งแต่เวลา 20.30 – 23.30 น.
#พ่อคือครูมวยคนแรก
“ศรศึกน้อย” เกิดและเติบโตที่ อ.ไชยวาน จ.อุดรธานี เป็นน้องเล็กจากพี่น้อง 3 คน และเริ่มฝึกมวยไทยตั้งแต่อายุเพียง 7 ขวบ โดยมีคุณพ่อที่ชื่นชอบการดูมวยไทยเป็นชีวิตจิตใจเอ่ยถามว่าอยากลองเป็นนักมวยหรือไม่ เมื่อเจ้าตัวตอบตกลง คุณพ่อจึงลงมือทำกระสอบทรายขึ้นมาเองที่บ้าน ก่อนลงมือฝึกซ้อมให้ด้วยตัวเอง จนเมื่อ “ศรศึกน้อย” เริ่มออกอาวุธคล่อง คุณพ่อจึงพาไปตระเวนชกตามงานวัดเพื่อสั่งสมประสบการณ์
หลังฝึกซ้อมกันเองอยู่ราว 2 ปี คุณพ่อจึงตัดสินใจส่งลูกชายสุดที่รักเข้าเก็บตัวซ้อมอย่างจริงจังที่ค่ายมวยไทยอาชีพใน จ.อุดรธานี ซึ่งหลังจากนั้น ฝีไม้ลายมือและความฟิตของ “ศรศึกน้อย” ก็พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนเริ่มเดินสายชกทั่วภาคอีสานและสร้างชื่อขึ้นมาจนได้รับโอกาสเข้ามาพิสูจน์ฝีมือในเมืองกรุงเมื่ออายุ 14 ปี
#โชว์ฟอร์มสวยในเมืองกรุง
ในเมืองกรุง “ศรศึกน้อย” ถูกดึงตัวให้เข้ามาซ้อมที่ค่ายมวยเพชรสุรีย์ยิม และทำผลงานได้อย่างโดดเด่น จนได้รับโอกาสขึ้นชกบน 2 สังเวียนใหญ่ของประเทศ อาทิ เวทีมวยลุมพินี เวทีมวยราชดำเนิน และ เวทีอ้อมน้อย เป็นประจำ รวมถึงผ่านประสบการณ์คว้าตำแหน่งรองแชมป์มวยรอบรายการดัง และยังเคยได้รับการติดต่อให้บินไปชกที่ประเทศจีนอยู่บ่อยครั้ง ก่อนย้ายมาปักหลักอยู่กับค่ายมวยเอฟเอ.กรุ๊ป ซึ่งเป็นต้นสังกัดปัจจุบันมานานกว่า 3 ปีแล้ว
#พลิกชีวิตที่ ONE ลุมพินี
ด้วยสไตล์การชกที่ดุดัน เดินหน้าเปิดเกมไม่เกรงกลัวคู่ชก ทำให้ “ศรศึกน้อย” ได้รับโอกาสขึ้นชกใน ONE ในปี 2567 และออกตัวอย่างร้อนแรงด้วยการคว้าชัยพร้อมรับโบนัส 350,000 บาทถึง 3 ไฟต์ติดต่อกัน ผลงานดังกล่าวไม่เพียงสร้างชื่อให้เขาเป็นที่รู้จักมากขึ้น แต่ยังช่วยพลิกชีวิตครอบครัวไปในทางที่ดีขึ้นมาก
“เมื่อก่อนชีวิตนักมวยของผมลำบากมาก ค่าตัวไม่เยอะ เงินที่ได้ต้องแบ่งให้ครอบครัวและเก็บไว้ใช้เองจนแทบไม่เหลือเงินเก็บ แต่หลังจากได้มาชกใน ONE ค่าตัวก็เพิ่มขึ้นหลายเท่า แถมยังได้โบนัสใน 3 ไฟต์แรก ทำให้ชีวิตผมและครอบครัวเปลี่ยนไปมาก และเริ่มมองเห็นอนาคตที่ดีขึ้นเพราะมีเงินเก็บครับ”
“ตอนนี้ชกใน ONE มา 3 ปี ทั้งหมด 10 ไฟต์ ได้ค่าตัวและโบนัสรวมเกือบ 2 ล้านบาทแล้วครับ ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยคิดเลยว่าการชกเพียงไม่กี่ปีจะจะทำให้ได้เงินมากขนาดนี้ ต้องขอบคุณทางรายการและผู้ใหญ่ทุกคนมากที่มอบโอกาสนี้ให้กับผมครับ”
#ถอดบทเรียนพ่ายแรมบ๊อง

ไฟต์ล่าสุด “ศรศึกน้อย” ได้รับโอกาสขึ้นชกในรายการ The Inner Circle 18 เมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา แต่ไม่สามารถสานต่อฟอร์มแรงเอาไว้ได้ หลังถูก “แรมบ๊อง ส.เถระพัฒน์” เบียดเอาชนะไปแบบหวุดหวิดด้วยคะแนนไม่เอกฉันท์ กลายเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เขาต้องกลับมาเรียนรู้เพื่อปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นในไฟต์ต่อไป
“ไฟต์ล่าสุดกับ แรมบ๊อง เกมค่อนข้างสูสี ต่างฝ่ายต่างเดินเบียดออกอาวุธแลกกันตลอด ผมมองว่า 2 ยกแรกผมออกอาวุธเข้าเป้ามากกว่า จึงเลือกถอยคุมเกมในยกสุดท้ายเพื่อหวังเอาชนะคะแนน เพราะรู้ตัวว่าน็อกเขาไม่ลงแน่”

“แม้ตอนประกาศผลจะรู้สึกตกใจที่ แรมบ๊อง ชนะ แต่ผมก็ยอมรับคำตัดสิน เพราะผมพลาดเองที่เลือกออกมาถอยในยกสุดท้าย ถ้าเดินกดดันเหมือน 2 ยกแรก เชื่อว่าน่าจะชนะไปแล้ว ถือเป็นบทเรียนสำคัญว่าชกในรายการนี้ ต้องแสดงความกระหายชัยชนะให้เห็นตลอดทั้งเกม ถึงจะเอาชนะใจกรรมการได้ครับ”
ศรศึกน้อย ลับหมัดศอก รับมือ กล้ารบ

กลับมาครั้งนี้ แม้ “ศรศึกน้อย” จะเป็นมวยบู๊กล้าแลกกล้าชน แต่ต้องเตรียมตัวให้ดีเมื่อถูกประกบให้มาพบกับ “กล้ารบ” ที่เคยใช้หมัดปิดเกมคู่ชกมาแล้วถึง 2 รายจากชัยชนะ 3 ไฟต์ในรายการ โดยในการฝึกซ้อม เจ้าตัวได้เทรนเนอร์มวยสากลชาวต่างชาติเข้ามาช่วยลับเพลงหมัดให้เป็นพิเศษเพื่อรับมือ นอกจากนี้ เขายังเชื่อมั่นว่าความเก๋าเกมและพลังอึดที่เหนือกว่าจะเป็นกุญแจสำคัญสู่การคว้าชัยไปครอง
“กล้ารบ เป็นมวยที่กำลังสด และมีสไตล์เดินบู๊คล้าย แรมบ๊อง จุดเด่นของเขาคือการออกหมัดที่หนักและแม่นยำ แต่จากที่ย้อนดูคลิปการชกมา ผมสังเกตว่าเวลาที่เขาออกหมัดฮุก เขาจะเหวี่ยงหมัดค่อนข้างกว้างทำให้ผมมองเห็นวิถีของหมัด คิดว่าน่าจะหลบหรือป้องกันได้ครับ”
“ไฟต์นี้ผมเตรียมตัวมาดีมาก นอกจากซ้อมศอกมาเพื่อแก้ทางหมัด กล้ารบ แล้ว ทางค่ายยังจ้างเทรนเนอร์มวยสากลชาวต่างชาติเข้ามาช่วยติวให้กับนักชกในค่ายเป็นพิเศษด้วย ถือเป็นครั้งแรกที่ผมได้ฝึกมวยสากลอย่างจริงจัง มั่นใจว่าจะช่วยให้การออกหมัดของผมในไฟต์นี้แม่นยำและรวดเร็วขึ้นกว่าเดิมแน่นอนครับ”
“รูปเกมออกมาสนุกแน่ เพราะ กล้ารบ เป็นมวยที่ชอบเดินบู๊ กล้าแลกอาวุธเหมือนผม คงต้องมาดูกันว่าพอปะทะกันกลางเวที ใครจะชิงจังหวะเล่นงานจนอีกฝ่ายต้องเป็นฝ่ายถอย แต่ผมมั่นใจความอึดของตัวเองว่าถ้าต้องยืนแลกกัน ผมจะทนอาวุธของเขาได้ และจะใช้ศอกกับหมัดที่เตรียมมา รวมถึงประสบการณ์ที่เหนือกว่าคอยชิงเหลี่ยมกดดันจนทำให้เขาเป็นฝ่ายถอยเองครับ”
กล้ารบ ลั่นคว้าชัยประเดิมขึ้นป้ายคู่เอก
อีกหนึ่งแรงจูงใจสำคัญของ “ศรศึกน้อย” ในไฟต์นี้คือการได้รับโอกาสให้ขึ้นชกคู่เอกของศึก ONE ลุมพินี ครั้งแรก ซึ่งเป็นความฝันที่เจ้าตัวเฝ้ารอมานาน โดยประกาศลั่นพร้อมทุ่มสุดตัวเพื่อคว้าชัยเหนือ “กล้ารบ” ให้ได้อย่างสวยงามที่สุด

“ผมดีใจมากครับตอนรู้ว่าจะได้ขึ้นชกคู่เอกศึก ONE ลุมพินี ครั้งแรก ก่อนหน้านี้ผมเคยเกือบได้ขึ้นชกคู่เอกมาแล้วในไฟต์ที่เจอกับ สตีเฟน (เออร์วิน) แต่สุดท้ายคู่เราถูกโยกให้มาชกเป็นคู่ประกอบรายการของศึก ONE ลุมพินี 100 แทน หลังจากนั้นผมก็รอว่าจะมีโอกาสได้เป็นคู่เอกอีกเมื่อไร จนในที่สุดก็ได้โอกาสครั้งนี้”
“ผมสัญญาว่าจะชกให้สนุกที่สุด ไม่ทำให้รายการผิดหวังที่มอบโอกาสให้ และลึก ๆ ผมอยากปิดเกมให้ได้ แต่ไม่ขอฟันธงว่าจะทำได้ไหม ให้ไปรอดูบนเวทีกันดีกว่า แต่ที่รับรองได้คือไฟต์นี้ผมไม่มีถอยแน่นอนครับ”.
- ขอขอบคุณ แหล่งที่มาข่าวสาร : www.onefc.com
- ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ : https://muaylumpinee.com/