“ยอดภูผา เพชรเกียรติเพชร” มวยแกร่ง วัย 22 ปี จากชัยภูมิ ตั้งเป้าปลดล็อกโค่น “คมอาวุธ เอฟเอ.กรุ๊ป” คู่ปรับสายแข็ง วัย 27 ปี จากหนองคายให้ได้เป็นครั้งแรก จากการเผชิญหน้ากันมารวม 3 ครั้ง โดยไฟต์นี้จะเป็นการเปิดศึกภาค 2 ใน ONE ภายใต้กติกามวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) ในรายการ The Inner Circle 37 ที่จะจัดขึ้น ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ในวันศุกร์ที่ 6 พ.ย. 69 ถ่ายทอดสดเฉพาะสมาชิกทาง Live.ONEFC.com ตั้งแต่เวลา 18.30 – 20.30 น.
ยอดภูผา รับเคยปล่อยตัวจนฟอร์มหลุด
ดีกรีแชมป์ Road To ONE Thailand ซีซัน 1 และการคว้าสัญญา ONE เคยทำให้ “ยอดภูผา” ถูกจับตาในฐานะดาวรุ่งอนาคตไกล แต่เส้นทางกลับไม่ราบรื่นอย่างที่หลายคนคาดหวัง เมื่ออาการบาดเจ็บและการปฏิบัติตัวบางอย่างที่ยังขาดความเป็นมืออาชีพกลายเป็นอุปสรรคสำคัญ ทำให้เจ้าตัวยังไปไม่ถึงเป้าหมายที่วางไว้
จนเข้าสู่ปี 2569 “ยอดภูผา” ประกาศขอเปลี่ยนแปลงตัวเองและเริ่มต้นใหม่อย่างจริงจัง ก่อนแสดงให้เห็นผ่านผลงานล่าสุด ด้วยการเอาชนะคะแนนเอกฉันท์ “ซอว์ มิน มิน” จากเมียนมา ในศึก The Inner Circle 27 เมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา เพิ่มสถิติเป็นชนะ 7 จาก 12 ไฟต์ในรายการของ ONE พร้อมนำความมั่นใจกลับมาเดินหน้าสานต่อฟอร์มเก่งอีกครั้ง
“ไฟต์ล่าสุดผมเข้ามาเป็นมวยแทน ทำให้มีเวลาเตรียมตัวไม่มากนัก แต่ผลงานที่ออกมาถือว่าน่าพอใจ โดยเฉพาะแข้งขวาที่ทำงานได้ดี ออกอาวุธเข้าเป้ามากกว่าคู่ชก นอกจากนี้ ผมยังได้เรียนรู้วิชาจากซุปเปอร์เล็ก (ซุปเปอร์เล็กมวยไทย) มาเยอะ ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้บนเวทีได้ดี”
“รอบนี้ผมกลับมามีวินัยมากขึ้น ก่อนหน้านี้ผมค่อนข้างดื้อ ทั้งเที่ยวบ่อย กินเยอะ และซ้อมไม่เต็มที่ จนมีปัญหาเรื่องการทำน้ำหนัก แต่สุดท้ายก็ได้ผู้ใหญ่ในค่าย เพื่อน ๆ และครอบครัวคอยให้คำแนะนำและกำลังใจ จนทำให้ผมกลับมาตั้งใจเอาดีกับเส้นทางนี้อย่างเต็มที่ครับ”
ยอดภูผา เรียนรู้ข้อผิดพลาด มุ่งล้างตา คมอาวุธ
ไฟต์นี้ “ยอดภูผา” ต้องพบกับคู่ปรับตัวฉกาจอย่าง “คมอาวุธ” ที่ตนยังไม่เคยสามารถเอาชนะได้เลยในการเจอกันตลอดทั้ง 3 ครั้ง โดย 2 ครั้งแรกเกิดขึ้นในการแข่งขันมวยไทย 5 ยก ผลปรากฏว่า “ยอดผูภา” แพ้ 1 ครั้ง และเสมอกันอีก 1 ครั้ง
ล่าสุดทั้งคู่หวนมาดวลกันในศึก ONE ลุมพินี 50 เมื่อเดือน ก.พ. 67 ซึ่งเป็นการวัดฝีมือภายใต้นวมเล็กเปิดนิ้ว สุดท้าย “ยอดภูผา” ยังถอนแค้นไม่สำเร็จ โดยตกเป็นฝ่ายแพ้ด้วยคะแนนไม่เอกฉันท์ ก่อนเตรียมปะทะกันอีกครั้งในภาค 4 งานนี้ “ยอดภูผา” มองว่าตนพัฒนาสไตล์การชกได้มีคุณภาพมากขึ้น พร้อมแจ้งเกิดเอาชนะ “คมอาวุธ” เป็นครั้งแรกให้ได้

“ผมไม่คิดมาก่อนว่าจะได้กลับมาเจอกับ คมอาวุธ อีกครั้ง แต่สุดท้ายเราก็หนีกันไม่พ้น ผมดีใจที่ได้โอกาสแก้มือ เพราะไฟต์แรกที่เจอกันใน ONE ผมเป็นฝ่ายแพ้ ซึ่งยังรู้สึกเสียดายมาจนถึงตอนนี้”
“วันนั้นผมมองว่าตัวเองทำผลงานได้ดี และน่าจะเป็นฝ่ายออกอาวุธเข้าเป้ามากกว่าด้วยซ้ำ แต่ผมพลาดที่ไปถอยในยก 3 ผมกลับไปดูเทปการแข่งขันหลายครั้งแล้ว ก็ยังรู้สึกหงุดหงิดกับตัวเองไม่หาย”

ยอดภูผา เชื่อรีแมตช์ คมอาวุธ เดือดกว่าเดิม
ครั้งนี้ “ยอดภูผา” หวนมาเจอคู่ปรับเก่าด้วยความมั่นใจเต็มร้อย พร้อมเปิดเกมบุกหนักตามสไตล์ถนัด เพื่อพิสูจน์ว่าสามารถผ่านด่าน “คมอาวุธ” ได้ แม้อีกฝ่ายเพิ่งเรียกความเชื่อมั่นจากแฟนมวยกลับคืนมา ด้วยการเฉือนชนะคะแนนไม่เอกฉันท์ “จอว์ สวาร์ วิน” จากเมียนมา ในศึก The Inner Circle 27 เมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา แต่ “ยอดภูผา” ยืนยันว่าการเตรียมตัวอย่างเต็มที่ทำให้เขาพร้อมโชว์ฟอร์มดีที่สุด และเชื่อว่าเกมบุกครั้งนี้จะเป็นโจทย์ยากที่คู่ชกต้องรับมือ
“จริง ๆ ผมเคยเจอกับ คมอาวุธ มาแล้ว 3 ครั้ง และยังไม่เคยเอาชนะได้เลย แต่ไม่ใช่ว่าผมไม่มีทางชนะเขา ที่ผ่านมาเป็นเรื่องของจังหวะในเกมมากกว่า ไฟต์นี้ผมต้องกลับมาเอาชนะเขาให้ได้”

“สาเหตุหลักที่ผมยังเอาชนะ คมอาวุธ ไม่ได้ คือผมขาดวินัยที่ดีพอ แต่ตอนนี้ผมปรับทัศนคติใหม่ และโฟกัสกับการทำหน้าที่นักมวยเต็มที่ รับรองว่าเขาจะได้เจอผมในเวอร์ชันที่แตกต่างจากเดิมแน่นอน”
“รูปเกมไฟต์นี้น่าจะแตกต่างจากภาคแรกพอสมควร และมีโอกาสแลกอาวุธกันดุเดือดกว่าเดิม ครั้งก่อนผมยังเก็บอาวุธบางอย่างไว้ ไม่ได้ออกเต็มที่ เพราะรู้ว่าตัวเองแรงไม่พอ แต่ครั้งนี้ร่างกายพร้อมเต็มที่ครับ”
ยอดภูผา มุ่งเป้าพิสูจน์ตัวรุ่นฟลายเวต
หากคว้าชัยในไฟต์นี้ได้สำเร็จ “ยอดภูผา” เผยเป้าหมายต่อไปว่าต้องการลดพิกัดจาก 138 ป. ลงไปชกในรุ่นฟลายเวตแบบเต็มตัว ซึ่งเจ้าตัวมองว่ามีความเหมาะสมกับตนเองมากที่สุด พร้อมมุ่งมั่นขอล่าฝันกลับไปโชว์ฝีมือบนสังเวียนระดับโลกให้ได้อีกครั้ง
“ไฟต์นี้ถ้าผมทำผลงานได้ดี ก็น่าจะช่วยให้มีโอกาสขึ้นชกอย่างต่อเนื่องมากขึ้น ส่วนเป้าหมายต่อไป ผมอยากลดพิกัดลงไปชกในรุ่นฟลายเวต เพราะมองว่าสรีระของตัวเองเหมาะกับรุ่นนี้มากกว่า หากต้องขยับขึ้นไปเจอคู่ชกในรุ่นแบนตัมเวตคงเป็นงานยาก เพราะแต่ละคนตัวใหญ่และมีแรงปะทะสูงครับ”
“ผมยังอยากพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า ผมเป็นนักชกที่เคยได้รับสัญญา ONE และมีฝีมือดีพอที่จะต่อกรกับทุกคนได้ ที่ผ่านมาผมยังไม่มีโอกาสแสดงศักยภาพออกมาอย่างเต็มที่ การกลับมาครั้งนี้จึงอยากสร้างผลงานให้ดีต่อเนื่อง จนมีโอกาสคว้าสัญญา ONE อีกครั้ง เพื่อพิสูจน์ฝีมือบนเวทีระดับโลกครับ”.
- ขอขอบคุณ แหล่งที่มาข่าวสาร : www.onefc.com
- ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ : https://muaylumpinee.com/