“คนไม่ยอมคน” เสกสรร อ.ขวัญเมือง มวยเก๋าวัย 37 ปี จากนครศรีธรรมราช ประกาศพร้อมเปิดฉากแลกเดือด “ขวัญใจเด็กช่าง” ปกรณ์ พีเค.แสนชัย จอมบู๊รุ่นใหญ่วัย 35 ปี จากสมุทรปราการ ให้มันจนคนดูต้องลุกขึ้นปรบมือทั้งสนาม ในการสู้กันภาคที่ 3 ภายใต้กติกามวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) ในศึกใหญ่ประจำไตรมาสแรก ONE ลุมพินี 147 ที่จะถ่ายทอดสดจากสนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ส่งออกไปยัง 195 ประเทศทั่วโลก ในวันศุกร์ที่ 20 มี.ค. นี้ เริ่มคู่แรกเวลา 18.30 น.
นับตั้งแต่ก้าวเข้ามาโลดแล่นบนสังเวียนของ ONE ชื่อของ “เสกสรร” ก็กลายเป็นหนึ่งในนักชกขวัญใจแฟนมวยทั่วโลก ด้วยสไตล์การต่อสู้บู๊ลุยแหลกแบบไม่เอาเปรียบคนดู โดยสามารถเก็บชัยชนะไปได้ถึง 10 ครั้ง จาก 14 ไฟต์ที่ขึ้นชก
อย่างไรก็ตาม ฟอร์มในระยะหลังของ “เสกสรร” กลับแผ่วลงอย่างน่าใจหายถึงขั้นพ่ายแพ้ติดต่อกันมาแล้ว 3 ไฟต์ จนเกิดคำถามจากแฟนมวยจำนวนไม่น้อยว่า ถึงเวลาหรือยังที่ “เสกสรร” ในวัย 37 ปี จะต้องพิจารณาแขวนนวมอำลาสังเวียน ซึ่งเจ้าตัวได้เปิดใจให้คำตอบถึงประเด็นนี้ว่า
“ช่วงหลังฟอร์มของผมอาจดรอปลงไปบ้าง ส่วนหนึ่งเพราะสภาพร่างกายที่เริ่มเปลี่ยนไปตามวัย และผมก็ชกสไตล์บู๊แหลกมานานกว่า 10 ปี ทำให้ความทนทานต่ออาวุธไม่เหมือนเดิม อีกอย่างคือจุดบกพร่องของผมที่ชอบยืนรับอาวุธคู่ชกมากเกินไป หลังจากนี้ผมจะพยายามเน้นเรื่องการป้องกันตัวให้มากขึ้น แต่ก็จะไม่ทิ้งสไตล์เดินบู๊แน่นอน เพราะถ้าให้ชกเป็นมวยฝีมือเต็มตัว ผมไม่ถนัดจริง ๆ ครับ”
“ส่วนกระแสแฟนมวยที่บอกว่า ผมควรเลิกชกได้แล้ว ผมก็เข้าใจนะ เพราะหลายคนคงสงสารและเป็นห่วงที่เห็นผมผ่านศึกหนักมามาก แต่ผมอยากให้ทุกคนสบายใจได้ว่าสภาพร่างกายของผมยังดีอยู่ ทุกไฟต์ของ ONE มีการตรวจร่างกายอย่างละเอียด และผลออกมาปกติทุกอย่าง ผมจะชกไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะไม่ไหวจริง ๆ ถึงจะคิดเรื่องเลิกมวยครับ”
กลับมาครั้งนี้ “เสกสรร” พร้อมพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าตนยังมีดีพอที่จะโลดแล่นบนสังเวียนระดับโลก โดยจะต้องพบกับคู่ปรับหน้าคุ้นอย่าง “ปกรณ์” ที่ในอดีตเคยซัดเดือดกันมาแล้ว 2 ภาค เริ่มจากศึก “มหาวชิราวุธเงินล้าน” ที่ จ.สงขลา เมื่อเดือน เม.ย. 57 ซึ่ง “เสกสรร” เป็นฝ่ายเอาชนะคะแนนไปได้ ก่อนที่เดือนต่อมา จะถูก “ปกรณ์” แก้มือเอาชนะคะแนนคืนในศึก “เกียรติเพชร” ที่สนามมวยเวทีลุมพินี
เสกสรร ลั่นศึกไตรภาค เดือดดาลกว่าเดิม
สิ่งที่น่าสนใจของไฟต์นี้คือ ทั้งคู่จะได้กลับมาเผชิญหน้ากันเป็นครั้งแรกในกติกามวยไทย 3 ยก นวมเล็ก หลังจากการพบกัน 2 ครั้งก่อนหน้านี้ต่างเกิดขึ้นในกติกามวยไทย 5 ยก นวมใหญ่ ซึ่ง “เสกสรร” เชื่อว่าการดวลกันในภาค 3 ครั้งนี้จะยิ่งเพิ่มดีกรีความมัน จนถึงขั้นอาจทำให้แฟนมวยเชียร์กันแบบนั่งไม่ติดเก้าอี้
“2 ภาคแรกกับ ปกรณ์ เรายืนแลกกันแบบต่อตาฟันต่อฟัน ทำให้เกมออกมาดุเดือดมาก ๆ ถึงขั้นที่แฟนมวยทั้งสนามลุกขึ้นปรบมือให้ทั้ง 2 ไฟต์ หลังจบภาคสอง ตอนนั้นผมคิดว่าเราคงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว เพราะเส้นทางมวยแยกกันไปคนละทาง จนกระทั่งเขากลับมาชกในรายการ ONE ลุมพินี และทางรายการก็ประกบให้มาเจอกันอีกครั้ง ซึ่งผมตอบรับทันที เพราะรู้ดีว่าไฟต์นี้ต้องออกมามันแน่นอน”
“จริง ๆ แล้ว ปกรณ์ เป็นมวยครบเครื่องและมีไอคิวมวยสูงมาก สองไฟต์แรกเขาสามารถเลือกชกแบบเล่นฝีมือเพื่อให้ได้เปรียบผมก็ได้ แต่เขาไม่ทำ และเลือกเดินบู๊แลกกับผมตลอดทั้งเกม ต้องยอมรับหัวใจของเขาจริง ๆ ส่วนในภาค 3 นี้ ผมเชื่อว่าเกมจะยิ่งดุเดือดกว่าเดิม เพราะเราเป็นมวยถูกคู่ เจอกันทีไรก็สนุกทุกครั้ง ยิ่งชกกันแค่ 3 ยกและใช้นวมเล็กด้วย ผมมั่นใจว่าเกมจะออกมาดุเดือดเร้าใจ จนผู้ชมต้องลุกขึ้นปรบมือกันทั้งสนามอีกครับ”
ไม่ยอมแพ้รวดเป็นไฟต์ที่ 4
ในไฟต์ล่าสุด “ปกรณ์” เพิ่งโชว์ฟอร์มสวยเอาชนะ “เสือแบล็ค ท.พราน49” ซึ่งเป็นคู่ชกที่ “เสกสรร” เคยพลาดท่าพ่ายมาก่อน แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่ทำให้ “เสกสรร” ต้องหวั่นไหว โดยยังมั่นใจในสไตล์การบู๊สู้ไม่ถอยของตัวเองว่าจะสามารถช่วยให้คว้าชัยเหนือคู่ปรับเก่าได้ในศึกไตรภาคครั้งนี้
“ถึงไฟต์ล่าสุดผมจะแพ้ เสือแบล็ค ขณะที่ ปกรณ์ เอาชนะ เสือแบล็ค ได้สวยงาม แต่ไฟต์นี้คงเอามาเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้ เพราะผมกับ ปกรณ์ รู้ทางกันดีอยู่แล้ว อีกอย่าง ผมไม่เคยกลัวสไตล์บู๊ของเขา ผมจะขึ้นไปสู้แบบดุเดือดเหมือนเดิม และเชื่อว่าเขาเองก็คงพร้อมมายืนแลกกับผมเช่นกัน ไฟต์นี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ครับ”
“ตลอดเส้นทางการชกมวยของผม ไม่เคยแพ้ติดต่อกันถึงสี่ไฟต์มาก่อน เพราะฉะนั้นไฟต์นี้จึงสำคัญกับผมมาก ผมซ้อมหนักมาเกือบสองเดือน ตอนนี้สภาพร่างกายฟิตเต็มร้อย ตั้งใจกลับมาเก็บชัยชนะให้ได้ เพื่อพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าผมยังสามารถชกในระดับสูงได้เหมือนเดิม และผมเชื่อว่าด้วยความขยันในการเดินออกอาวุธกับหัวใจนักสู้ที่ไม่เคยยอมแพ้ จะทำให้ผมเอาชนะไฟต์นี้ได้ครับ”.
- แหล่งที่มาข่าวสาร : www.onefc.com
- ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ : https://muaylumpinee.com/