“อีสานเหนือ ศ.ศศิวัฒน์” มวยสายลุยวัย 22 ปี จากกาฬสินธุ์ ขอกู้ฟอร์มเก่งเตรียมเปิดเกมบุก “แจ๊ค เสี่ยตาลยกครก พีเค.” หรือชื่อเดิม “แจ๊ค แจ๊คมวยไทย” จอมบู๊วัย 31 ปี จากบุรีรัมย์ ที่หวังกลับมาแจ้งเกิดบนเวที ONE ลุมพินี หลังหายหน้าไป 3 ปี โดยทั้งคู่จะดวลกันในกติกามวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) ขึ้นแท่นคู่เอก ศึก ONE ลุมพินี 177 ที่จะระเบิดความมันในวันศุกร์ที่ 6 พ.ย. นี้ ณ สนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) พร้อมถ่ายทอดสดสู่สายตาแฟนมวยใน 195 ประเทศทั่วโลก ตั้งแต่เวลา 20.30-23.30 น.
อีสานเหนือ ขยับพิกัดลบฝันร้าย ร่างกายแกร่งพร้อมลุย
หลังจากเปิดฉากปี 2569 ได้อย่างร้อนแรงด้วยการปิดเกม 2 มวยสายแข็งอย่าง “สานิตย์ เอกเมืองนนท์” และ “ขุนพล เอกเมืองนนท์” แต่ในไฟต์ล่าสุดรายการ The Inner Circle 28 เมื่อเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา เจ้าตัวต้องมาสะดุดพ่ายคะแนนเอกฉันท์ให้แก่นักชกต่างชาติระดับหัวแถวอย่าง “อูเบด ฮัสเซน” นักชกลูกครึ่งปากีสถาน-สหราชอาณาจักร หลังพลาดท่าถูกนับตั้งแต่ยกแรก ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่าความผิดพลาดครั้งนั้นกลายเป็นบทเรียนที่นำมาแก้ไขอย่างจริงจัง
“ไฟต์ที่แล้วผมพลาดตรงจังหวะที่เขาฮุกท้องแล้วเราไม่ทันได้เกร็ง และตื่นเต้นด้วยเพราะเจอมวยต่างชาติครั้งแรก อูเบด เขาเร็วและฝีมือดีจริง ๆ พอแพ้แล้วเห็นเขาได้สัญญา ONE ก็รู้สึกเสียดายนิดหน่อยครับ แต่ไม่เป็นไร ผมจะนำข้อบกพร่องมาปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น”

การกลับมาครั้งนี้ “อีสานเหนือ” ตัดสินใจขยับขึ้นมาชกในพิกัดแบนตัมเวตเป็นครั้งแรก พร้อมมั่นใจว่าไร้ปัญหาเรื่องแรงปะทะโดยเจ้าตัวเปิดเผยถึงความพร้อมว่า
“ไฟต์นี้ขยับมาต่อย 137 ป. เป็นครั้งแรก เพราะกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้นทำให้น้ำหนักขึ้นตามมาด้วย พอมาชกรุ่นนี้ทำให้คุมน้ำหนักได้ดีขึ้น ส่วนเรื่องแรงปะทะ ผมไม่กังวลเลยครับ เพราะตัวเราก็ใหญ่ขึ้นตามเวตแล้วเหมือนกัน”
อีสานเหนือ วางแผนใช้สดบดเก๋า ดับฝันแจ้งเกิด แจ๊ค
ไฟต์นี้ “อีสานเหนือ” ต้องดวลเดือด “แจ๊ค” นักชกรุ่นพี่สายบู๊ดุดัน ที่หวนคืนสู่สังเวียน ONE ในรอบ 3 ปี พร้อมความหวังที่จะคว้าชัยแจ้งเกิดบนเวทีระดับโลกอีกครั้ง ทว่าทางฝั่งนักชกหนุ่มจากกาฬสินธุ์กลับมองว่าไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคู่ชก เนื่องจากตนเองมีความสดและได้เปรียบเรื่องการได้ชกต่อเนื่อง ทำให้ไฟต์นี้เจ้าตัวมุ่งมั่นที่จะเป็นฝ่ายชิงแต้มชัยเพื่อกู้ฟอร์มเก่งของตัวเองกลับมา

“ผมอายุน้อยกว่าเยอะ และที่ผ่านมาผมชกใน ONE ต่อเนื่อง ร่างกายได้ขยับตลอด ส่วนพี่แจ๊คเขาร้างเวทีนี้ไปนานถึง 3 ปี ซึ่งเขาน่าจะต้องปรับตัวกับการกลับมาชกนวมเล็กอีกสักพัก และยังต้องใช้เวลาเคาะสนิมปรับตัวอีก 2-3 ไฟต์ เพราะฉะนั้น ไฟต์นี้ผมขอเป็นฝ่ายชนะก่อนนะครับ”
สำหรับแผนการชก “อีสานเหนือ” มองว่าคู่แข่งมีจุดแข็งที่ธาตุทรหด ส่วนอาวุธอื่นไม่ได้น่ากลัว เจ้าตัวจึงเตรียมหมัดเด็ดมาเป็นพิเศษ และวางแผนเดินหน้าเปิดเกมรุกตั้งแต่เสียงระฆังดัง เพื่อปิดบัญชีเร็วคว้าโบนัสส่งท้ายปี

“พี่เขาเป็นสายอึดทน ถ้าพี่เขากล้าแลกกล้าบวก ผมก็พร้อมปักหลักชวนทะเลาะอยู่แล้วครับ ระฆังดังยกแรกผมจะเดินเข้าหาทันที และเตรียมหมัดมาเป็นทีเด็ดปิดเกม”
“ถ้าผมเห็นโอกาสก็จะเร่งปิดเกมในยกนั้นเลย ไม่ปล่อยให้ยืดเยื้อถึง 3 ยก เพราะหวังถึงโบนัส เพราะฉะนั้น ไฟต์แรกที่พี่เขาคัมแบ็กมาเจอผม ผมก็บอกได้แค่ว่าเตรียมตัวมาดี ๆ ระวังจะยืนไม่ครบยก”
แจ๊ค อัปเกรดวิชาค่ายใหญ่ พกเวอร์ชันแกร่งคืนสังเวียน

ทางด้าน “แจ๊ค” ผู้เคยฝากผลงานชนะน็อก “ดาร์กี้ นกเขากม.11” ในศึก ONE ลุมพินี 39 เมื่อเดือน พ.ย. 66 หลังจากห่างหายจากเวที ONE ไปนาน 3 ปีเพื่อเดินสายเก็บประสบการณ์ในรูปแบบมวยไทย 5 ยก วันนี้เขาพร้อมแล้วที่จะกลับมาพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง โดยการคัมแบ็กครั้งนี้ “แจ๊ค” ย้ายสังกัดมาร่วมทัพค่ายใหญ่อย่างค่าย พีเค.แสนชัยมวยไทยยิม ส่งให้เจ้าตัวได้รับการพัฒนาในทุกมิติ
“ผมตื่นเต้นและดีใจมากที่ได้กลับมาชก ONE อีกครั้ง เพราะเป็นความฝันของตัวผมและครอบครัว ครั้งนี้ผมย้ายมาสังกัดค่าย พีเค.แสนชัยมวยไทยยิม ทำให้ผมได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ เยอะมาก ทั้งเรื่องวิทยาศาสตร์การกีฬา การลดน้ำหนักอย่างถูกต้อง เทคนิคการออกอาวุธ เทรนเนอร์ที่นี่ก็เก่งทุกคน การกลับมาครั้งนี้จึงไม่เหมือนเดิมแน่นอนครับ”
แจ๊ค ไม่สนอายุ ขอปักหลักแลกดับสดรุ่นน้อง
การคัมแบ็กสู่สังเวียน ONE ครั้งนี้ “แจ๊ค” ต้องโคจรมาประชันฝีมือกับ “อีสานเหนือ” กำปั้นรุ่นน้องฟอร์มดุที่เพิ่งสะดุดพ่ายมาในไฟต์ล่าสุด ซึ่งเจ้าตัวคาดเดาได้ไม่ยากว่าคู่ชกรุ่นน้องที่อายุน้อยกว่าถึง 9 ปีคนนี้ น่าจะมองเรื่องความสดของร่างกายและความต่อเนื่องบนสังเวียนเป็นข้อได้เปรียบหลัก แต่ตัวเขากลับไม่คิดเช่นนั้น เพราะมั่นใจในกระดูกมวยและพิกัดน้ำหนักที่ตนเองคุ้นเคยมาอย่างยาวนาน
“อายุไม่เกี่ยวครับ เวลาขึ้นเวทีผมชกแบบลืมอายุอยู่แล้ว ความสดของน้องเขาทำอะไรผมไม่ได้ อีกอย่างผมชกในพิกัดนี้เป็นประจำ เรื่องแรงปะทะผมได้เปรียบแน่นอน”
ในส่วนของรูปเกม “แจ๊ค” ได้ศึกษาฟอร์มของอีสานเหนือมาเป็นอย่างดี โดยสังเกตว่าคู่ชกมีทีเด็ดที่การออกหมัดเท่านั้น จึงเตรียมอาวุธมาสู้แบบครบเครื่อง พร้อมวางแผนเปิดเกมรุกแลกเดือดกลางเวที และหวังชิงจังหวะปิดเกมทันทีหากมองเห็นโอกาส
“ผมเตรียมอาวุธที่ฝึกซ้อมจากค่ายไปครบเครื่อง ทั้งหมัด เท้า เข่า ศอก และลูกเตะคาล์ฟคิก มองว่าเกมน่าจะดุเดือด เพราะน้องเขาก็คงตั้งใจมาเปิดหน้าแลก ไม่มีใครยอมใครแน่นอน”
“ถ้าน้องเขาพลาดโดนก่อน ผมก็พร้อมปิดเกมทันที น้องเขาชกมาหลายไฟต์แล้วในปีนี้ เพราะฉะนั้นไฟต์นี้พี่ขอแจ้งเกิดบนเวทีอีกครั้ง”.
- ขอขอบคุณ แหล่งที่มาข่าวสาร : www.onefc.com
- ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ : https://muaylumpinee.com/