“พาร์แฮม กีราติ” จอมหมัด วัย 22 ปี จากอิหร่าน พร้อมหวนคืนสังเวียนในรอบปี โดยเตรียมโชว์พลังหมัดโหดเล่นงาน “นักรบ แฟร์เท็กซ์” คู่ชกจอมดุ วัย 27 ปี จากสุรินทร์ ให้พ่ายไปแบบไม่ครบยก โดยทั้งคู่จะสู้กันภายใต้กติกามวยไทย รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) ในศึก ONE Fight Night 48: ชามิล vs พอล ที่จะถ่ายทอดสดจากสนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ในช่วงไพรม์ไทม์อเมริกา ซึ่งตรงกับช่วงเช้าเวลา 08:00 น. วันเสาร์ที่ 3 ต.ค.นี้
“พาร์แฮม” ดาวบู๊เจ้าของสัญญา ONE ฉบับที่ 20 จากเวที ONE ลุมพินี ฝากผลงานล่าสุดเอาไว้อย่างสวยงามด้วยการกดน็อก “ไทสัน แฮร์ริสัน” จากออสเตรเลียในศึก ONE ลุมพินี 127 เมื่อเดือน ต.ค. 68 ก่อนจะห่างหายจากการแข่งขันเพื่อพักรักษาอาการบาดเจ็บบริเวณเข่าให้หายขาด ซึ่งตอนนี้เจ้าตัวได้กลับมาฟิตเต็มร้อย พร้อมเดินหน้าสู่ไฟต์คัมแบ็กให้สุดปัง
“หลังจากชกไฟต์ล่าสุดกับ ไทสัน ผมต้องหยุดพักยาวเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บบริเวณขาที่เรื้อรังมาตั้งแต่ก่อนขึ้นชก มันเป็นช่วงเวลาที่เหนื่อยและลำบากมากจริง ๆ แต่ตอนนี้ร่างกายผมกลับมาฟิตเต็มร้อยแล้ว ต่อให้โดนเจาะยางหนัก ๆ ก็มั่นใจว่าขาผมจะไม่มีปัญหาครับ”
พาร์แฮม ซ้อมเข้มทุกมิติ พร้อมโชว์เวอร์ชันอัปเกรด
การเตรียมความพร้อมสำหรับการกลับมาในรอบปีครั้งนี้ “พาร์แฮม” เดินหน้าพัฒนาตัวเองรอบด้าน โดยยกระดับขึ้นทั้งการออกอาวุธ เกมป้องกัน และการเคลื่อนที่ พร้อมยืนยันว่าแฟนมวยจะได้เห็นตัวเขาในเวอร์ชันที่พัฒนาขึ้นอย่างชัดเจน
“ไฟต์นี้ผมจะไม่เปลี่ยนสไตล์การชก เพราะคิดว่าดีอยู่แล้ว และผมชอบเป็นฝ่ายบุกมากกว่า แต่สิ่งที่เปลี่ยนคือรูปแบบการซ้อม ผมหันมาเน้นการวิ่งและฝึกระเบิดพลังระยะสั้น แทนการออกกำลังต่อเนื่องยาว ๆ ทำให้ผมมีความเร็วมากกว่าเดิมครับ”
“ผมยังเน้นฝึกซ้อมการใช้หมัดกับโค้ชมวยสากลชาวอิหร่านด้วย เราซ้อมกันหนักจนทักษะการออกหมัดพัฒนาขึ้นจากเดิมเยอะมาก มีความเป็นมวยฝีมือมากขึ้น ซึ่งผมจะนำทักษะตรงนี้มาใช้ให้ทุกคนได้เห็นแน่นอน
“นอกจากนี้ ผมยังเน้นซ้อมเรื่องการบล็อก การจับขาเตะ รวมถึงฟุตเวิร์กหลอกล่อให้มากขึ้นด้วย เพราะผมรู้ว่าคู่ชกต้องวางแผนมาเตะขาผมเยอะแน่ ๆ ครับ”
สำหรับคู่ชกที่รอต้อนรับการกลับมาของ “พาร์แฮม” ในไฟต์นี้ ก็คือ “นักรบ” จอมบู๊ขวัญใจชาวไทยที่ขึ้นชื่อเรื่องการบู๊แหลก และมีจุดเด่นเรื่องเกมวงใน รวมถึงความแข็งแกร่งของร่างกายที่แสดงให้เห็นมาแล้วหลายไฟต์จากการเปิดหน้าแลกอาวุธอย่างไม่เกรงกลัวคู่ชก โดยไฟต์นี้ “นักรบ” จะขยับขึ้นมาชกเต็มพิกัดรุ่นแบนตัมเวตเป็นครั้งแรก เพื่อหวังเก็บชัยชนะต่อเนื่องไฟต์ที่ 2 ให้ได้

พาร์แฮม วิเคราะห์แผนต้านแกร่ง นักรบ
อย่างไรก็ตาม “พาร์แฮม” ที่ได้ใช้เวลาศึกษาคู่ชกมาอย่างละเอียด ได้เผยมุมมองที่น่าสนใจต่อสไตล์การชกของ “นักรบ” พร้อมแสดงความมั่นใจเต็มพิกัดว่าหากต้องปะทะกันในระยะประชิด เขาก็จะสามารถรับมือได้อย่างไม่มีปัญหาด้วยการงัดอาวุธเด็ดที่เตรียมไว้ออกมาเล่นงาน
“นักรบ มีอาวุธศอกที่อันตราย ผมจึงต้องระวังให้ดี หลายคนมองว่าเขาเป็นมวยที่เน้นปล้ำวงใน แต่หลังจากนั่งดูคลิปการชกของเขาใน ONE ทุกไฟต์ ผมกลับมองว่าเขาไม่ได้ปล้ำวงในเยอะขนาดนั้น ส่วนใหญ่จะชอบเดินชน ใช้หมัด แล้วค่อยตามด้วยเข่ากับศอก อย่างไฟต์ล่าสุดที่เขาชนะ จาค็อบ (สมิธ) ผมยังมองว่า จาค็อบ ปล้ำวงในได้ดีกว่าด้วยซ้ำ”
“ส่วนตัวผมเป็นมวยที่ปล้ำวงในได้ดีและซ้อมการสู้ในระยะประชิดมาเยอะ ถ้าเขามาสู้วงในผมก็พร้อมรับมือแน่นอน เพราะผมใช้อาวุธในระยะประชิดได้ดีถึงขั้นสามารถปิดเกมได้”
ส่วนการที่เขาขยับมาชกเต็มพิกัดรุ่นแบนตัมเวต ก็อาจทำให้เขามีแรงปะทะมากขึ้น แต่ผมมองว่าน้ำหนักตัวไม่ได้สำคัญขนาดนั้น ทักษะฝีมือต่างหากที่สำคัญกว่าครับ”
พาร์แฮม ขู่ นักรบ หลวมเมื่อไหร่โดนน็อกแน่
ด้วยความมุ่งมั่นที่จะกลับมาคว้าชัยให้ได้ “พาร์แฮม” ที่มีสถิติปิดเกมมากถึง 5 ครั้งจากชัยชนะ 7 ไฟต์ใน ONE จึงศึกษารายละเอียดการชกของ “นักรบ” มาเป็นอย่างดี จนมองเห็นจุดอ่อนสำคัญที่จะช่วยเปิดโอกาสให้ตนสามารถใช้เพลงหมัดเข้ากระหน่ำเล่นงาน เพื่อลุ้นคว้าชัยแบบไม่ต้องพึ่งใบคะแนนเป็นครั้งที่ 6
“ผมมองว่า นักรบ เป็นมวยที่ตั้งการ์ดไม่ค่อยรัดกุม เขาออกหมัดดีก็จริง แต่บางจังหวะเขากลับไม่ดึงมือกลับมาบล็อกหน้าตัวเอง รวมถึงไม่ค่อยโยกหัวหรือใช้ฟุตเวิร์กหลบ เขาชอบออกอาวุธถี่จนบางครั้งทำให้ตัวเองหมดแรง ถ้าเขาเปิดช่องให้หมัดผมเข้าเป้าได้ ผมก็มีโอกาสน็อกเขาได้แน่นอนครับ”
“ช่วงต้นยกแรกผมอาจจะดูเชิงก่อนว่าเขาจะมาไม้ไหน จากนั้นผมจะเดินชนทันที ถ้าเขาเปิดเกมแลกหมัด ผมก็จะกดดันด้วยการเจาะยางและเตะพับนอก แล้วตามด้วยหมัด ถ้ายกแรกผมทำได้เหนือกว่า ยกสองจะเดินบดให้หนักขึ้นและหาจังหวะปิดเกมให้ได้”
“เป้าหมายของผมคือการชนะน็อกแบบสวย ๆ เพราะหลังจากพักไปนาน ผมก็แอบกังวลว่าแฟนมวยอาจลืมผมไปแล้วครับ”
พาร์แฮม ล็อกเป้าแก้มือ แรมโบ้เล็ก
นอกจากนี้ “พาร์แฮม” ยังได้เผยถึงเป้าหมายต่อไปหากสามารถเอาชนะ “นักรบ” ไปได้ นั่นคือการท้าชนกับบรรดานักชกในแรงกิง ONE มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต โดยเฉพาะในรายของ “แรมโบ้เล็ก ฉ.อจลบุญ” ที่เขาต้องการกลับไปแก้มืออีกครั้ง หลังเคยพ่ายทีเคโอให้กับ “แรมโบ้เล็ก” ในศึก ONE Fight Night 29: อัลลิเซีย vs มารี ซึ่งนับเป็นความพ่ายแพ้เพียงครั้งเดียวของเขาใน ONE ตลอด 8 ไฟต์ที่ผ่านมา
“ถ้าผ่าน นักรบ ไปได้ ไฟต์ต่อผมพร้อมเจอทุกคนในแรงกิง เพราะผมอยากมีชื่อติดแรงกิง เพื่อจะได้มีโอกาสลุ้นขึ้นชิงเข็มขัดกับ ยอดไอคิว (อ.พิมลศรี) และตอนนี้ แรมโบ้เล็ก ก็อยู่ในแรงกิงด้วย ยิ่งทำให้ผมอยากชกกับเขามาก ผมคิดถึงแต่เรื่องแก้มือเขาตลอดเวลา เพราะใน ONE ผมแพ้แค่เขาคนเดียว ถ้า ONE ให้โอกาสผมได้รีแมตช์ ผมตอบตกลงทันทีครับ”.
- ขอขอบคุณ แหล่งที่มาข่าวสาร : www.onefc.com
- ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ : https://muaylumpinee.com/