อัปเดตล่าสุด: วันนี้ TH

ศูนย์รวมข่าวสารมวยไทย

อัปเดตทุกวัน 24 ชั่วโมง

ยิ่งกว่าฝัน! “ทับทิมทอง” ลุ้นคว้าชัยแจ้งเกิด ขึ้นคู่เอกครั้งแรก ONE ลุมพินี 144
25 กุมภาพันธ์ 2026 • โดย Muay789

ยิ่งกว่าฝัน! “ทับทิมทอง” ลุ้นคว้าชัยแจ้งเกิด ขึ้นคู่เอกครั้งแรก ONE ลุมพินี 144

พาไปทำความรู้จัก “ทับทิมทอง อิงฟ้าโฮเทลอุบล” (ทับทิมทอง สจ.เล็กเมืองนนท์) มวยสายบู๊จากอุบลราชธานี ก่อนกลับมาขึ้นสังเวียนกู้ฟอร์มเก่ง ปะทะ “ชาติพิชิต สส.ต้อยแปดริ้ว” มวยดุจากเมืองย่าโมโคราช ในกติกามวยไทย รุ่นอะตอมเวต (105-115 ป.) ขึ้นป้ายคู่เอกของศึก ONE ลุมพินี 144 ถ่ายทอดสดจากสนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ส่งออกไปยัง 195 ประเทศทั่วโลก ในวันศุกร์ที่ 27 ก.พ. นี้ เริ่มคู่แรกเวลา 18.30 น.

#ชกมวยแบ่งเบาภาระครอบครัว

“ทับทิมทอง” เกิดและเติบโตขึ้นมาในครอบครัวชาวนาที่ อ.หนองหาน จ.อุดรธานี โดยเป็นลูกคนที่ 4 จากพี่น้องทั้งหมด 5 คน และเริ่มต้นเส้นทางนักมวยตั้งแต่อายุเพียง 11 ขวบ ด้วยการฝึกซ้อมที่ค่ายมวยใกล้บ้าน ตามรอยพี่ชายซึ่งเป็นนักมวยไทยเช่นกัน เพื่อหวังหารายได้มาช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัว ก่อนจะถูกจับขึ้นชกหลังซ้อมไปได้เพียง 1 เดือน ในเวทีงานวัดแถวบ้าน และสามารถคว้าชัยชนะได้สำเร็จ พร้อมรับค่าตัว 150 บาท นำกลับไปมอบให้ที่พ่อแม่ทันที

หลังจากนั้น “ทับทิมทอง” ยังคงขึ้นชกมวยในเวทีละแวกบ้านอยู่เรื่อย ๆ จนสามารถหารายได้จากการชกมวยมาช่วยเหลือครอบครัวได้มากขึ้น จนกระทั่ง 1 ปีต่อมา “ทับทิมทอง” ตัดสินใจหยุดพักการเรียน และหันมาเอาจริงเอาจังกับอาชีพนักมวย ด้วยการเดินสายขึ้นชกตามเวทีต่าง ๆ ทั่วภาคอีสานเพื่อไล่ล่าเงินรางวัลก้อนโตนำกลับมาดูแลครอบครัวที่เขารัก

#จากมวยบู๊สู่มวยฝีมือเชิงสูง

หลังสั่งสมประสบการณ์จากเวทีมวยภูธรอยู่นานราว 2-3 ปี “ทับทิมทอง” ตัดสินใจเก็บกระเป๋าเดินทางเข้าสู่เมืองกรุง เพื่อไล่ล่าความฝันในเวทีมวยระดับประเทศ ตามคำชักชวนของพี่ชายที่กรุยทางเข้าเมืองกรุงไปก่อนแล้ว โดยเข้ามาฝึกซ้อมอยู่ที่ค่ายมวย สจ.เล็กเมืองนนท์

การย้ายมาเป็นนักมวยเมืองกรุง ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของ “ทับทิมทอง” เพราะเขาจำเป็นต้องปรับสไตล์จากมวยบู๊ดุดันตามสไตล์มวยภูธร มาเป็นมวยที่เน้นฝีมือและชั้นเชิงเพื่อให้เข้ากับการแข่งขันมวยไทย 5 ยก ซึ่งเจ้าตัวก็ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น ถึงขั้นเคยได้รับโอกาสขึ้นชิงแชมป์มวยไทยช่อง 7 สี รุ่น 105 ป. มาแล้วถึง 2 ครั้ง แต่ต้องพลาดคว้าแชมป์ไปอย่างน่าเสียดาย

#ฝันอยากยืนบนเวที ONE

ในช่วงปี 2565 “ทับทิมทอง” ได้รับโอกาสให้ย้ายมาฝากซ้อมอยู่ที่ค่ายมวยพีเค.แสนชัย ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้เขาตั้งเป้าไว้อย่างแน่วแน่ว่าจะต้องเข้ามาชกใน ONE ให้ได้ หลังเห็นนักมวยในดวงใจอย่าง “ตะวันฉาย พีเค.แสนชัย” ก้าวขึ้นไปคว้าแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต (145-155 ป.) มาครองเป็นครั้งแรกได้สำเร็จ

“ตอนนั้นกระแสมวยของ ONE กำลังมาแรงมาก ผมเองก็เหมือนนักมวยอีกหลายคนที่ฝันอยากได้โอกาสขึ้นเวทีนี้ ยิ่งได้เห็น ตะวันฉาย พีเค.แสนชัย นักมวยในดวงใจคว้าแชมป์โลก ONE และพาเข็มขัดกลับค่าย ยิ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญ ทำให้ผมตั้งเป้ากับตัวเองว่าสักวันหนึ่งจะต้องได้ขึ้นชกบนเวที ONE ให้ได้”

#เปิดตัวสวยโกยโบนัส 7 แสนบาท

ในที่สุดความฝันของ “ทับทิมทอง” ก็เป็นจริงเมื่อได้รับโอกาสให้เข้ามาพิสูจน์ฝีมือบนสังเวียน ONE ลุมพินี ในช่วงปี 2567 และสามารถออกตัวได้อย่างร้อนแรงด้วยการเก็บชัยชนะ 3 ไฟต์รวด ก่อนที่ฟอร์มจะสะดุดใน 3 ไฟต์หลังสุด

“พอมีรายการ ONE ลุมพินี เกิดขึ้น ผมตัดสินใจปรับสไตล์กลับมาเน้นความดุดันมากขึ้นทันที ซึ่งไม่ใช่เรื่องยาก เพราะพื้นฐานผมเป็นมวยบู๊อยู่แล้ว จากนั้นก็ได้รับโอกาสขึ้นชก และสามารถเก็บชัยชนะได้ถึง 3 ไฟต์ติดต่อกัน พร้อมคว้าโบนัส 350,000 บาท ถึง 2 ครั้ง เงินก้อนนั้นผมนำไปปลดหนี้ให้ครอบครัวทันที ตอนนั้นดีใจมาก เพราะไม่เคยคิดว่าการชกเพียงไม่กี่ไฟต์จะได้เงินมากขนาดนี้”

“สำหรับผลงานช่วงหลังที่แพ้มา 3 ไฟต์ติด ต้องยอมรับว่ามีส่วนจากความผิดพลาดของตัวเองด้วย โดยเฉพาะไฟต์ที่แพ้ บันลือโลก ผมป้องกันตัวหลวมเกินไปจนโดนหมัดเต็ม ๆ ส่วนไฟต์ล่าสุดที่แพ้ขุนศึก เป็นเพราะห่างเวทีไปนาน สภาพร่างกายยังไม่เข้าที่ ทำให้ชกไม่ได้อย่างที่ตั้งใจ”

“ตอนนี้แม้จะมีความกดดันอยู่บ้าง แต่ผมมั่นใจว่าไฟต์นี้ฟอร์มจะดีขึ้นแน่นอน หลังจบไฟต์ล่าสุด ผมซ้อมต่อเนื่องทันที และเน้นแก้ไขจุดบกพร่องเรื่องเกมรับอย่างจริงจังครับ”

#พร้อมทุบ ชาติพิชิต พลิกสถานการณ์แจ้งเกิด

ไฟต์นี้ “ทับทิมทอง” เปลี่ยนสีเสื้อใหม่และย้ายฝึกซ้อมอยู่ที่ค่ายมวย ส.เดชะพันธ์ เป็นครั้งแรก โดยเจ้าตัวรู้ดีว่ากำลังตกอยู่ในสถานการณ์หลังพิงฝา จึงพร้อมทุ่มสุดตัวเพื่อเก็บชัยชนะแต้มสำคัญมาครองให้ได้ในการขึ้นชกคู่เอกครั้งแรกของชีวิต โดยจะต้องโคจรมาพบกับ “ชาติพิชิต” เจ้าของผลงานชนะ 6 จาก 8 ไฟต์ในรายการนี้

“ชาติพิชิตเป็นมวยครบเครื่อง มีอาวุธหลากหลายและออกได้ต่อเนื่อง แต่จุดที่ผมเห็นคือเวลาชกแล้วมือมักจะตก ทำให้ช่วงหน้าเปิด ผมจึงวางแผนชิงจังหวะเล่นงานจุดนี้โดยเฉพาะ และซ้อมหมัดมาอย่างหนักเพื่อใช้ในจังหวะที่เขาเปิดช่อง”

09 Tubtimthong vs Banluelok OL84 (23)

“ครั้งนี้ผมยังคงสไตล์บู๊เหมือนเดิม แต่จะเพิ่มความรัดกุมมากขึ้น เพราะไม่อยากพลาดอีก ส่วน ชาติพิชิต น่าจะมาในเกมรัดกุมเหมือนกัน เพราะเขาไม่ใช่มวยที่ชอบแลกตรง ๆ ไฟต์นี้จะตัดสินกันที่จังหวะ ใครพลาดก่อนมีสิทธิ์โดนก่อน แม้ผมอาจเป็นรองเรื่องความหลากหลายของอาวุธ แต่เรื่องความหนักและความเร็วผมมั่นใจว่าเหนือกว่า ถ้าเมื่อไหร่มือเขาตก ผมพร้อมปิดเกมทันที”

“ยอมรับว่าตกใจมากเมื่อรู้ว่าทางรายการให้โอกาสขึ้นชกเป็นคู่เอกของ ONE ลุมพินี เพราะตั้งแต่ชกมวยมา ผมยังไม่เคยขึ้นคู่เอกมาก่อน แค่ได้ชกคู่รองก็ถือว่าดีใจมากแล้ว ครั้งนี้ผมสัญญาว่าจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ไม่ให้ทางรายการผิดหวัง และจะคว้าชัยชนะมาฉลองสีเสื้อใหม่ พร้อมกลับมาแจ้งเกิดอีกครั้งให้ได้ครับ”.

  • แหล่งที่มาข่าวสาร : www.onefc.com
  • ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ : https://muaylumpinee.com/

ข่าวที่เกี่ยวข้อง