“เบน วูลลิส” นักชกมาดเท่จากสหราชอาณาจักร วัย 32 ปี กลับมาสานต่อฟอร์มเก่ง ด้วยการพิสูจน์ตัวเองกับคู่ชกประสบการณ์สูงอย่าง “เพชรทนง เพชรเฟอร์กัส” อดีตแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นแบนตัมเวต (135-145 ป.) วัย 40 ปี ในศึก ONE Fight Night 43: ถัง ไค vs ชามิล วันเสาร์ที่ 16 พ.ค. 69 ถ่ายทอดสดจากสนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ในช่วงไพรม์ไทม์อเมริกา ซึ่งตรงกับช่วงเช้าเวลา 08.00 น.
ก่อนที่ “เบน วูลลิส” จะมีชื่อปรากฏใน ONE อย่างทุกวันนี้ เขาเคยต้องฝ่าอุปสรรคครั้งใหญ่ในแบบที่น้อยคนจะจินตนาการออก
ตอนอายุ 20 ปี เขาเผชิญกับโรคโครห์น (Crohn’s) ซึ่งทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ เกิดภาวะโลหิตจาง และน้ำหนักตัวลดฮวบจนแทบขยับร่างกายไม่ได้ ต้องทนทรมานอยู่นานถึง 5 ปีเต็ม
เขาใช้วิธีควบคุมอาหารอย่างเข้มงวด จนในที่สุดอาการก็เริ่มทุเลาลง แม้จะไม่มีวันหายขาดและต้องรักษาวินัยอย่างหนักตลอดชีวิต แต่เขาก็สามารถกลับมาสวมนวมยืนหยัดสู้ได้ในช่วงต้นปี 2564
จากนั้นความพยายามของ “เบน” ส่งให้เขาได้มีโอกาสเปิดตัวใน ONE ครั้งแรกในศึก ONE Fight Night 41 เมื่อเดือน มี.ค. 69 โดยด่านแรกเขาพบกับงานหิน อดีตแชมป์โลก ONE MMA รุ่นแบนตัมเวต “จอห์น ลินีเคอร์” ชาวบราซิล ในกติกาคิกบ็อกซิง ก่อนจะเผด็จศึกคู่ชกรายนี้ด้วยเวลาไม่ถึง 2 นาที โดยใช้ลูกเตะคาล์ฟคิก ส่งให้เขาก้าวขึ้นมาเป็นนักสู้ที่ไม่สามารถมองข้ามได้เลย
“มันเป็นการเปิดตัวให้แฟน ๆ ในรายการใหญ่ได้รู้จักผมอย่างสมบูรณ์แบบ และน่าจดจำยิ่งขึ้น มันไม่ง่ายเลย แต่ผมก็ทำได้สำเร็จ”
“ผลงานดังกล่าวพิสูจน์ให้เห็นว่า ถ้าคุณมีเป้าหมายและภารกิจที่ชัดเจน ไม่ว่าจะต้องลำบากมากแค่ไหน คุณก็สามารถพิชิตมันและทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้”
สำหรับคู่ชกรายต่อไปของ “เบน” อย่าง “เพชรทนง” ซึ่งมีดีกรีเป็นอดีตแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นแบนตัมเวต หลังพ้นโทษแบน เขากลับมาเคลื่อนไหวร่างกายแล้ว 2 ไฟต์ โดยล่าสุดแพ้คะแนน “ยูกิ โยซะ” จากญี่ปุ่น ในศึก ONE ลุมพินี 116 เมื่อเดือน ก.ค. 68 อย่างไรก็ตาม “เบน” มองว่านี่คือบททดสอบสำคัญที่ต้องฝ่าฟันไปให้ได้

“เมื่อนึกถึงการจะได้เจอกับ เพชรทนง ผมไม่มีความรู้สึกอื่นเลยนอกจากความตื่นเต้น ผมรู้สึกกระตือรือร้นเหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง เขามีเกียรติประวัติที่น่าทึ่งมาก ยิ่งทำให้ผมตื่นเต้นเข้าไปใหญ่ เมื่อต้องเจอกับคู่ชกชื่อดัง และมีดีกรีเป็นถึงอดีตแชมป์โลก”
“เพชรทนง ผ่านการชกมากว่า 400 ไฟต์ ความนิ่งและประสบการณ์เป็นจุดแข็งที่สุดของเขา งานของผมคือการวิเคราะห์และถอดรหัสการชกของเขา ถ้าคุณทำอะไรซ้ำ ๆ มานานมันอาจติดเป็นนิสัย และผมตั้งใจจะใช้จุดนั้นชิงโอกาสเล่นงานเขาครับ”

“เบน” รู้ดีว่า เขาต้องระวังแข้งซ้าย และไอคิวมวยที่เหนือชั้นของ “เพชรทนง” ให้มากเป็นพิเศษ ขณะเดียวกันเจ้าตัวก็แย้มว่ามองเห็นจุดอ่อนของนักสู้ชาวไทยแล้ว
“ผมมองบทสรุปของไฟต์นี้ได้หลายแบบ และเตรียมตัวมาสำหรับทุกอย่างที่จะเกิดขึ้น ผมรู้สึกว่าตัวเองรวดเร็วและมีพลังมากพอที่จะกดดันเขาได้ รวมถึงมีร่างกายที่ฟิตสุด ๆ ที่จะเร่งเครื่องกดดันได้ตลอดทั้ง 3 ยก”
“สำหรับผม เวลาขึ้นชกจะไม่ใช้อารมณ์เลย ถ้าคู่ชกไม่ได้พูดอะไรยั่วยุมาก่อน ผมไม่ได้มองว่ามันคือการต่อสู้ แต่คิดว่ามันคือการแข่งขัน”
“เขาคืออีกหนึ่งคนที่อุทิศชีวิตให้กับกีฬานี้ เราต่างมีสิ่งที่ชอบเหมือนกัน และผมรู้สึกขอบคุณมากที่ได้ร่วมสังเวียนกับคนที่มีชื่อเสียงระดับนี้”.
- แหล่งที่มาข่าวสาร : www.onefc.com
- ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ : https://muaylumpinee.com/