“มารัต กริกอเรียน” มวยหมัดโหด วัย 34 ปี จากอาร์เมเนีย มั่นใจฟอร์มช่วงพีก พร้อมโชว์ความเหนือชั้นให้ “คาอิโตะ” คู่ชก วัย 28 ปี ชาวญี่ปุ่น ได้ประจักษ์ด้วยตาตนเองในการสู้กันภายใต้กติกาคิกบ็อกซิง รุ่นเฟเธอร์เวต (145-155 ป.) ในศึก ONE ซามูไร 1 ที่จะระเบิดความมันขึ้นในวันพุธที่ 29 เม.ย. นี้ ณ สนามอาริอาเกะ อารีนา กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เริ่มการแข่งขันเวลา 12.30 น. ตามเวลาประเทศไทย
เดิมที “มารัต” และ “คาอิโตะ” เคยถูกประกบให้เจอกันในศึก ONE 172: ทาเครุ vs รถถัง ที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเดือน มี.ค. 68 แต่เนื่องจาก “มารัต” ทำน้ำหนักไม่ได้ตามพิกัดที่ตกลงไว้ในรุ่นเฟเธอร์เวต และหลังจากการเจรจากันแล้ว “คาอิโตะ” ไม่ยินยอมที่จะชกด้วย ทำให้ท้ายที่สุดการแข่งขันคู่นี้ต้องถูกยกเลิกไปแบบช็อกแฟนมวยทั่วโลก
แน่นอนว่า “มารัต” เองรู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างหนักที่ต้องพลาดขึ้นชกในไฟต์สำคัญ ถึงขั้นออกมาวิจารณ์นักชกชาวญี่ปุ่นอย่างเผ็ดร้อน ที่ปฏิเสธการชกในไฟต์นี้ที่ทุกคนตั้งตารอ
“วันนั้นผมรีดน้ำหนักจนร่างกายถึงขีดจำกัดแล้ว แแต่ผมก็ยังพร้อมชกอยู่ดี น้ำหนักเกินแค่ 3 ขีด ซึ่งไม่ทำให้ความเป็นนักสู้ของผมหายไป ผมเคยเจอสถานการณ์ที่โหดกว่านี้มาแล้ว อย่างตอนที่ชกกับ ‘รูคิยะ อันโปะ’ เขาหนักกว่าผมถึง 3 กก. ผมก็ยังรับชกแบบไม่ลังเล เพราะผมเป็นลูกผู้ชาย ผมไม่มีทางยกเลิกไฟต์เพียงเพราะคู่ชกหนักกว่าแค่ 3 ขีดแน่นอน”
สำหรับ “คาอิโตะ” หลังจากตัดสินใจไม่ขึ้นชกกับ “มารัต” 2 เดือนต่อมาเขาก็ได้โอกาสเปิดตัวในศึก ONE ลุมพินี 109 แต่งัดฟอร์มเก่งไม่ออกพ่ายให้กับ “โมฮัมหมัด เซียซารานี” จากอิหร่านไปด้วยคะแนนเอกฉันท์ ส่วน “มารัต” ก็ได้ลงแข่งในศึก ONE 173: ซุปเปอร์บอน vs มาซาอากิ และสามารถบุกไปเอาชนะคะแนนเอกฉันท์เหนือ “รูคิยะ” ได้แบบเหนือชั้นถึงประเทศญี่ปุ่น
แม้ผลงานใน ONE จะสวนทางกัน แต่ “มารัต” ไม่คิดประมาท โดยได้ศึกษาสไตล์การชกของ “คาอิโตะ” มาเป็นอย่างดี จนค้นพบจุดอ่อนที่จะช่วยให้ตนสามารถบุกไปเล่นงานคู่ชกได้อย่างสาแก่ใจในไฟต์นี้
“ในไฟต์ที่ คาอิโตะ แพ้ให้กับ โมฮัมหมัด ผมมองว่ายังไม่ใช่ฟอร์มที่ดีที่สุดของเขา แต่ผมไม่ได้โฟกัสตรงนั้น เพราะผมสนใจแค่การเตรียมตัวของตัวเอง และผมเชื่อว่าผมต่างจากกับคู่ชกที่เขาเคยเจอมาอย่างสิ้นเชิง”
“ตอนชกกับ รูคิยะ ผมใช้ความใจเย็น และรอจังหวะที่เหมาะสมก่อนจะเล่นงานเขาจนน่วม ส่วน คาอิโตะ ถึงจะสูงพอ ๆ กัน แต่ผมมองว่าหมัดเขายังไม่หนักเท่า รูคิยะ ผมพร้อมปรับแผนและคุมจังหวะเกมตามสถานการณ์อยู่แล้ว ที่สำคัญผมศึกษาสไตล์เขามาเรียบร้อย ถ้าเขาเปิดช่อง เกมจะเข้าทางผมทันที”
มารัต มั่นใจความเหนือชั้น
การต้องดวลกับ “คาอิโตะ” ที่สดกว่าถึง 6 ปี แถมกุมความได้เปรียบจากการขึ้นชกในบ้านต่อหน้าแฟนมวยเจ้าถิ่นนับหมื่นชีวิตในสนาม คืออีกหนึ่งด่านยากที่ “มารัต” พร้อมพิสูจน์ความเก่งกาจของตนให้โลกได้เห็นกันอีกครั้ง ด้วยการบุกมาคว้าชัยให้ได้อย่างเด็ดขาด เพื่อใช้เป็นใบเบิกทางสู่การท้าชิงเข็มขัดแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิง รุ่นเฟเธอร์เวต จาก “ซุปเปอร์บอน ซุปเปอร์บอนเทรนนิงแคมป์” คู่ปรับเก่าในไฟต์ต่อไป
“คาอิโตะ หนุ่มกว่า หิวกระหายกว่า และอยากพิสูจน์ตัวเอง ผมเคารพตรงนั้น แต่ตอนนี้ผมอยู่ในช่วงพีกที่สุดของชีวิตนักสู้ นี่คือช่วงเวลาที่ทุกอย่างลงตัวที่สุด และในวันแข่งขัน ทุกคนจะได้เห็นถึงต่างชั้นระหว่างผมกับเขา ไม่จำเป็นต้องพูดเยอะครับ”
“ถ้าผมเอาชนะเขาได้แบบขาดลอย ก็เหลือแค่ไฟต์เดียวเท่านั้นที่สมเหตุสมผลสำหรับผม นั่นคือการขึ้นชิงเข็มขัดจาก ซุปเปอร์บอน ผมเชื่อว่าผมคู่ควรกับโอกาสนั้น เพราะผมสู้กับนักชกระดับท็อปมาครบทุกคนแล้วครับ”.
- แหล่งที่มาข่าวสาร : www.onefc.com
- ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ : https://muaylumpinee.com/