“คมเพชร ศิษย์สารวัตรเสือ” มวยขวาเชิงดี วัย 26 ปี จากนครราชสีมา ตั้งเป้ากู้คืนฟอร์มเก่งสกัดความสดของ “อรรถชัย กีล่าสปอร์ต” กำปั้นหมัดดุ วัย 23 ปี จากพะเยา เพื่อแย่งกันสร้างชื่อคว้าโอกาสได้ไปต่อในรายการ โดยทั้งคู่จะสู้กันภายใต้กติกามวยไทย รุ่นสตรอว์เวต (115-125 ป.) ขึ้นป้ายคู่เอกศึก ONE ลุมพินี 150 ที่จะส่งตรงความสนุกไปยัง 195 ประเทศทั่วโลก จากสนามมวยเวทีลุมพินี (รามอินทรา) ในวันศุกร์ที่ 10 เม.ย.นี้

“ผมรู้สึกกดดันเล็กน้อย เพราะผลงานช่วงหลังไม่ค่อยนิ่ง มีผลแพ้ชนะสลับกันตลอด ผมตั้งใจทำฟอร์มให้ดีที่สุด แต่พอแพ้บ่อย ๆ ก็ทำให้เสียความมั่นใจไปบ้าง จากเดิมที่ตั้งเป้าคว้าสัญญา ONE ตอนนี้กลับห่างจากจุดนั้นออกไป”

“แต่ผมยังมุ่งมั่นและดีใจที่ได้โอกาสกลับมากู้ฟอร์มเก่งในศึก ONE ลุมพินี อีกครั้ง เพราะอยากพิสูจน์ว่ายังสามารถชกนวมเล็ก 3 ยกได้ดี หลังมีหลายฝ่ายมองว่าผมเดินทางผิด จึงต้องรีบปรับปรุงเพื่อกลับมาทำผลงานให้ดีขึ้นครับ”
คมเพชร ไม่ยอมเป็นบันไดให้ใครผ่าน
ไฟต์นี้ “คมเพชร” ต้องวัดฝีมือกับคู่ชกรุ่นน้องฟอร์มสดอย่าง “อรรถชัย” ที่เปิดตัวสวยในไฟต์แรก และกำลังมีความมั่นใจเต็มเปี่ยมหลังจากที่สามารถปั้นฟอร์มแกร่งในเวทีมวยไทย 5 ยก แต่ “คมเพชร” ยังเชื่อว่าประสบการณ์ของตนเหนือกว่า น่าจะดับความห้าวของคู่ชกรายนี้ลงได้ โดยมุ่งเป้ากลับคืนสู่เส้นทางผู้ชนะและล่าสัญญา ONE ต่อไป
“ผมมองว่า อรรถชัย เป็นคู่ชกที่เหมาะสม แม้ชื่อชั้นของผมเหนือกว่า แต่เกมน่าจะออกมาสนุก เพราะเขากำลังสดและพัฒนาฝีมือขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ผมจะไม่เป็นบันไดให้เขาผ่าน และจะสกัดทางแจ้งเกิดของเขาให้ได้”
“จุดแข็งของ อรรถชัย คือหมัดซ้ายและแข้งซ้ายที่เฉียบคม แต่ช่วงหลังผมเจอกับมวยซ้ายมาตลอด จึงไม่น่ามีปัญหาในการรับมือ แม้ฟอร์มของผมและเขาอาจดูสวนทางกัน แต่ผมผ่านคู่ชกระดับสูงมาอย่างโชกโชน”

“ยกแรกผมอาจดูเชิงจับจังหวะก่อน ถ้า อรรถชัย เดินเข้ามา ผมพร้อมบวกทันที แต่ถ้าเขาถอย ผมจะเป็นฝ่ายเดินเบียดกดดันต่อเนื่อง ยังไงผมเชื่อว่าเขาน่าจะมาเปิดหน้าแลกมากกว่า ไฟต์นี้เลยน่าจะออกมาสนุกแน่นอนครับ”
“ไฟต์นี้ผมอยากกู้ฟอร์มเพื่อเก็บชัยชนะแรกของปี และกลับมาแจ้งเกิดบนเวที ONE ลุมพินีอีกครั้ง ทำผลงานให้ทุกคนหันมาจับตาให้ได้ด้วย รวมถึงอยากได้โบนัสเป็นของขวัญวันเกิด (7 เม.ย.) ให้ตัวเองครับ”

อรรถชัย ไม่หวั่นชื่อชั้นเป็นรอง
ทางฝั่ง “อรรถชัย” ฉายแววเป็นนักกีฬาเด่นตั้งแต่เด็ก โดยเริ่มต้นชกมวยครั้งแรกตอนอายุ 9 ขวบ ก่อนพัฒนาฝีมือ และยกระดับชีวิตเข้ารับราชการจนมียศ “สิบเอก” ผ่านประสบการณ์รับใช้ทีมชาติไทยในกีฬาซีเกมส์ และช่วยต้นสังกัดในกีฬากองทัพบก รวมถึงแจ้งเกิดในศึก ONE ลุมพินี 66 เมื่อเดือน มิ.ย. 67 ด้วยการเอาชนะคะแนนเอกฉันท์ “โปเย แอ๊ดสันป่าตอง” ก่อนหันไปเสริมกระดูกในรูปแบบมวยไทย 5 ยก และไม่แพ้มาแล้วถึง 3 ไฟต์ติดต่อกัน
“ไฟต์ที่เจอโปเยเป็นการชก 3 ยก นวมเล็กครั้งแรกในอาชีพ ผมพอใจผลงานในระดับหนึ่ง แต่ยังขาดความต่อเนื่อง และคิดว่าน่าจะบู๊ให้มากกว่านี้ด้วย ตอนนั้นตื่นเต้นเหมือนกัน แต่สุดท้ายผมเอาชนะได้ เพราะออกอาวุธแม่นและเข้าเป้ากว่าเขาครับ”
“ผมภูมิใจมากที่ประเดิมเก็บชัยชนะในรายการใหญ่อย่าง ONE ลุมพินีได้สำเร็จ เลยอยากได้โอกาสขึ้นชกต่อเนื่อง พอกลับมาชกครั้งนี้ก็รู้สึกตื่นเต้นและดีใจมาก ตั้งใจปรับสไตล์ให้ดุดันกว่าเดิมครับ”

การต้องพบกับคู่ต่อสู้ที่มีชื่อชั้นเหนือกว่าอย่าง “คมเพชร” ไม่ได้ทำให้ “อรรถชัย” รู้สึกกังวลแต่อย่างใด แถมมองเป็นโอกาสสำคัญที่จะได้พิสูจน์ฝีมือของตัวเอง โดยหวังสานต่อฟอร์มแรงด้วยการสยบแกร่ง “คมเพชร” เพื่อใช้เป็นบันไดก้าวสำคัญสู่การล่าความสำเร็จบนเวที ONE ลุมพินี ต่อไป
“ผมติดตามผลงาน คมเพชร มานานตั้งแต่สมัยชกมวย 5 ยก เขาเป็นมวยฝีมือที่มีลูกเล่นจุกจิกหลากหลาย อาวุธที่น่ากลัวที่สุดคือแข้ง ส่วนเรื่องหมัด ผมไม่เป็นรอง เพราะมีความเร็วไม่ต่างกัน และพร้อมเปิดหน้าแลกกันเต็มที่”

“ผมไม่หวั่นที่ คมเพชร มีประสบการณ์ในศึกนี้มากกว่า จากที่ผมศึกษามา เขายังมีจังหวะเข้ามวยหลวมอยู่บ้าง ถ้ามีช่องเมื่อไหร่ ผมพร้อมใช้หมัดเล่นงานทันที ไฟต์นี้ผมอยากพิสูจน์ให้เห็นว่าผมก็เป็นมวยบู๊ที่ชก 3 ยกได้ดี”
“ไฟต์นี้ผมไม่ได้คาดหวังถึงขั้นปิดเกมเร็ว แต่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับจังหวะบนเวที และผมจะไม่ประมาทแน่นอน ผมอยากทำฟอร์มให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อพิสูจน์ว่าสักวันผมมีศักยภาพพอจะก้าวไปชกใน ONE รายการใหญ่ได้ครับ”.
- แหล่งที่มาข่าวสาร : www.onefc.com
- ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ : https://muaylumpinee.com/